วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

หน้าหนาวเที่ยว ภูทับเบิก


ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์


          ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล จ. เพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุด ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามเป็นที่กล่าวถึง เป็นความงามของทะเลภูเขาตามธรรมชาติป่าไม้ อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับ ยอดภูสีเขียว เป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภูทับเบิกเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญมากที่หนึ่ง เพราะเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542เวลา 15.59 น. ณ สำนักสงฆ์บ้าน ทับเบิก เพื่อนำ ไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542เป็นสถานที่ที่มีเครื่องวัดอุณหภูมิที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและยังเป็นเส้นทาง เชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวและ ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า





        ชาวบ้านที่ภูทับเบิกเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หรือแม้ว ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคเหนือ และได้ใช้พื้นที่ ปลูกฝิ่น สำหรับจำหน่าย ในปี พ.ศ. 2510 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ได้ชักชวนให้ชาวเขาเหล่านี้เข้าร่วมต่อต้าน รัฐบาล แต่เมื่อมีการเข้าปราบปรามและชาวบ้านได้เข้ามอบตัว จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัด เพชรบูรณ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2525 โดยชาวบ้านได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการทำแปลงเกษตรแบบ ขั้นบันได วิถีชีวิตของชางม้งที่นี่ ยังคงมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ในทุกๆ ปี จะจัดงานปีใหม่แบบดั้งเดิม และมีการแสดง วัฒนธรรมด้วย






       จากสภาพดังกล่าว จึงทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสแก่นแท้วิถีชีวิต วัฒนธรรมชุมชน และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์  ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่กำลังมีกระแสความนิยมอยู่ทั่วไป ภายใต้คำกล่าวที่ว่า"นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน"






สิ่่งที่สนใจในภูทับเบิก

1.ชมไร่กะหล่ำยักษ์
          ที่ยอดภูทับเบิกจะมีไร่กระหล่ำปลีเต็มไปหมดทุกภูเขา เราสามารถ เดินไปดูเก็บกระหล่ำปลี ซึ่งก็เป็นชาวเขาม้งจะ ขอซื้อมาทานก็ได้ ราคาแสนถูก และสดเหนือคำบรรยายครับ  และอย่าลืมขับรถไปเที่ยวในเส้นทางไปหมูบ้าน ที่ อยู่ห่างจากยอดทับเบิก 5 กิโลเมตร เส้นทางสายนี้นับว่า วิวสวยมาก มองไปทางซ้ายก็กระหล่ำปลีขวา กระหล่ำปลี เป็นภูเขากระหล่ำปลี เหนือยอดกระหล่ำปีเป็นปุยหมอกจางๆ สวยมาก
 ***สำคัญมากหากใครต้องการไปดูกะหล่ำยักษ์ที่ภูทับเบิก ชาวบ้านจะปลูกกันช่วงนี้
***ช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝนก็จะได้บรรยากาศแบบอลังการด้วยทะเลหมอกจากไอฝน ช่วงเดือน พ.ย.ในหน้าหนาวซึ่งจะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด




ภูทับเบิก ภูทับเบิก


ภูทับเบิก ภูทับเบิก


ภูทับเบิก ภูทับเบิก


2.ชมทะเลหมอกภูทับเบิก
       ภูทับเบิกยังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามและอลังการอีกแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะหากมาในช่วงหน้าฝนประมาณ เดือนก.ค.- ต.ค.มักจะพบเห็น ทะเลหมอกได้ง่ายกว่าหน้าหนาว

สิ่งที่น่าสนใจในภูทับเบิก








ที่มา http://travel.kapook.com/view3553.html



วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

นมัสการพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม

งานนมัสการพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม
งานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2556
      งานนมัสการพระธาตุพนม จัดขึ้นเพื่อเป็นการดำรงพุทธศาสนา และสืบสานประเพณีท้องถิ่นอันดีงามของชาวนครพนมที่มีมาแต่โบราณที่ได้จัดงานนมัสการพระธาตุพนมเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 8 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 รวม 9 วัน 9 คืน
ขอเชิญเที่ยวงานเทศกาลนมัสการพระธาตุพนมประจำปี 2555
งานนมัสการพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม
งานนมัสการพระธาตุพนม ในสมัยโบราณ บรรดาชาวพุทธในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและในประเทศลาว เชื่อถือสืบ ๆ กันมาว่า ถ้าใครมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระธาตุพนมอันศักดิ์สิทธิ์ ถวายเครื่องสักการะบูชาหน้าองค์พระธาตุพนม จิตใจจะสงบเยือกเย็นอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ถ้ายังไม่บรรลุนิพพานในชาตินี้ เมื่อ ตายแล้ววิญญาณก็จะได้ไปสู่สวรรค์ ชาวพุทธในถิ่นนี้ถือกันว่าองค์พระธาตุพนมไม่เพียงแต่จะเป็นเจดีย์ที่บรรจุ พระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเมื่อยังทรงพระชนม์อยู่ ได้ทรงเสด็จมาประทับแรมอยู่หนึ่งราตรี ประเพณีนมัสการพระธาตุพนม เป็นประเพณีประจำปีสมโภชองค์พระธาตุพนมปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ของประชาชนไทย-ลาวสองฟากฝั่งโขง ในวันงานประชาชนจากทั่วทุกสารทิศของไทยและชาวลาวต่างเดินทางกันมาร่วมพิธีกรรมมากมาย งานมหรสพสมโภชคึกคักสนุกสนานจัดเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน


พระธาตุพนม บรมเจดีย์


        งานนมัสการพระธาตุพนมเป็นประเพณีที่ถึอปฏิบัติต่อเนื่องกันมาแต่โบราณกาล จนกระทั่งถึง                                                  ปัจจุบัน ตั้งแต่ไรมาชาวพุทธในลุ่มแม่น้ำโขง เมื่อถึงเดือน 3 ข้างขึ้น จะพากันหลั่งไหลมานมัสการกรไหว้บูชาไปจนตลอดสิ้นเดือน โดยมีความเชื่อถือชนิดฝังใจสืบทอดกันมานานว่า “ถ้าใครมีโอกาสมาแสวงบุญที่พระธาตุพนมด้วยศรัทธา จิตใจสงบเย็น เวลาตายแล้วจะได้ไปสู่สวรรค์” ดังนั้น จึงได้พากพยายามมาแสวงบุญในจุดนี้ให้ได้ ในชั่วชีวิตหนึ่งได้มาครั้งหนึ่งก็ยังดีกว่าไม่มาเลย ในงานนมัสการองค์พระธาตุพนมมีจุดสนใจหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เราไม่ได้เก็บมาคิดกัน เป็นเพราะแต่ละคนไม่ให้ความสนใจในสิ่งที่เป็นแกนของงานมากนัก มากราบไหว้ก็สักแต่ว่ามาโดยเชื่อตามๆ กัน มีคนแก่คนเฒ่าเล่าให้ฟังแต่สมัยโบราณ ในกลุ่มของวัยรุ่นคงจะมาด้วยความสนุกแสงสีเสียงของงาน แต่ไม่รู้ถึงประวัติความเป็นของงาน จุดสนใจของงานคือ การแสวงบุญของผู้มาเที่ยวงานนมัสการองค์พระธาตุพนม หน่วยรับบริจาคของทางวัด และสถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจ ที่สำคัญงานนมัสการพระธาตุพนมเป็นศูนย์รวมผู้คนต่างสารทิศนับเรือนแสนแต่ละวันและต่างวัยต่างอาชีพ ถ้าจะให้ถามความคิดเห็นในด้านความเชื่อ สังคม และวัฒนธรรม ต่อองค์พระธาตุพนม เชื่อแน่ว่าต่างคนก็ต่างความคิด แต่ผู้เขียนเองก็พยายามรวบรวมจุดสำคัญๆ มาไว้ในเนื้อหานี้จะได้ยกมาอธิบายเป็นข้อๆ ไป 


       ๑. ความเชื่อถือแต่โบราณ ในสมัยโบราณบรรดาชาวพุทธในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และในประเทศลาวเชื่อถือสืบ ๆ กันมาว่า ถ้าใครมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระธาตุพนมอันศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญกุศลถวายเครื่องสักการะบูชา บริจาคทรัพย์ สวดมนต์ ท่องบ่น สาธยายคัมภีร์พระธรรมและเจริญเมตตาภาวนาเฉพาะหน้าองค์พระธาตุพนม จิตใจจะสงบเยือกเย็นอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งถ้ายังไม่บรรลุนิพพานในชาตินี้ เมื่อตายแล้ววิญญาณก็จะได้ไปสู่สวรรค์ เพราะฉะนั้น ด้วยพลังของความเชื่อดังกล่าวนี้ ได้ผลักดันให้พยายามขวนขวายหา เพื่อบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์เท่าที่สามารถจะทำได้ พวกชาวพุทธในถิ่นนี้ถือกันว่าองค์พระธาตุพนมไม่เพียงแต่จะเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้าเมื่อยังทรงพระชนม์อยู่ ได้ทรงเสด็จมาประทับแรมอยู่หนึ่งราตรี ซึ่งเรื่องนี้กล่าวไว้ไนตำนานพระธาตุพนม 

       ความเชื่อดังกล่าวนี้ เข้าใจได้รับอิทธิพลมาจากแนวความคิดเห็นเรื่องสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ตามที่กล่าวไว้ในมหาปรินิพพานสูตร ซึ่งเป็นคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ตอนพระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ ซึ่งเป็นศิลย์สาวกใกล้ชิดพระองค์ว่า “สถานที่ ๔ แห่งซึ่งกุลบุตรกุลธิดาผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในเราตถาคต จะถือเอาสถานที่แสวงบุญก็ได้ คือ 
๑. สถานที่ประสูติของเราตถาคต 
๒. สถานที่ตรัสรู้พระอนุตตระสัมมาสัมโพธิญาณ 
๓. สถานที่แสดงปฐมเทศนา 
๔. สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน 
    อีกประการหนึ่ง พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสยืนยันว่า พระสถูปเจดีย์อันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์ ก็ถือว่าเป็นปูชนียสถานเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น พวกชาวพุทธจึงถือว่าผู้มีศรัทธาทำบุญต่าง ๆ ในบริเวณสถานที่ดังกล่าวนี้ ย่อมได้ผลานิสงฆ์มากเหมือนกัน 

      พระธาตุพนมกลายเป็นจุดรวมแห่งการแสวงบุญ
 


      ในกรณีของพระธาตุพนมก็เหมือนกับปูชนีสถานในประเทศอื่น ๆ ที่นับถือพระพุทธศาสนา คือ ได้ดัดแปลงรูปแบบแห่งการเคารพบูชาจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในจำนวน ๔ แห่ง ซึ่งได้แก่สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ในความหมายว่า พระบรมสารีกขธาตุและส่วนที่เหลืออื่น ๆ ของพระพุทธเจ้า เป็นสื่อแทนพระองค์ในความรู้สึกของผู้มีศรัทธา ดังนั้น พระสถูปเจดีย์ซึ่งเป็นที่บรรจุบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า พร้อมส่วนที่เหลืออื่น ๆ จึงถือเป็นจุดรวมแห่งการแสวงบุญอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธ นับตั้งแต่ที่เชื่อถือกันว่าพระธาตุพนมเป็นสถานที่อันควรแก่การแสวงบุญอันศักดิ์สิทธิ์ ของชาวพุทธแล้ว บรรดาชาวพุทธผู้มีจิตศรัทธาจากทุกสารทิศทั่วประเทศทั้งไทยและลาว ต่างก็ได้หลั่งไหลมาแสวงบุญเป็นจำนวนมากตลอดปี โดยพากันประกอบพิธีทางศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานเทศกาลประจำปีตลอดทั้ง ๗ วัน ๗ คืน ซึ่งมีขึ้นในระหว่างปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ หรือเริ่มจากวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ มีบรรดาชาวพุทธที่มีศรัทธาจำนวนมากชุมนุมกันนมัสการพระธาตุ และบำเพ็ญกุศลอื่น ๆ ซึ่งมีขึ้นภายในบริเวณพระธาตุ เช่น กราบพระธาตุ บูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน ปิดทองเปลว และกล่าวคำนมัสการ เป็นต้น 

ที่มา  ธาตุพนมดอทคอม

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เที่ยวน้ำตกในวันสบายๆ

      ประเทศไทยได้ชื่อว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่าง ภูเขา น้ำตก ทะเล แต่วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสกับ "น้ำตก" ที่มีความงามของธรรมชาติอย่างน่ามหัศจรรย์ จนบางแห่งถูกขนานนามว่าเป็น Unseen Thailand ซะด้วย แต่จะมีที่ไหนบ้างนั้น อยากรู้ตามเราไปเที่ยวกันดีกว่า...
น้ำตกภูซาง

น้ำตกอุ่นภูซาง

 น้ำตกอุ่นภูซาง จังหวัดพะเยา

          น้ำตกภูซาง หรือที่หลายคนเรียกว่า น้ำตกอุ่น ตั้งอยู่ภายใน อุทยานแห่งชาติภูซาง จังหวัดพะเยา โดยความแปลกของ น้ำตกภูซาง อยู่ตรงที่เป็นน้ำตกที่มีน้ำอุ่นเพียงแห่งเดียวที่พบในประเทศไทย เพราะน้ำตกมีอุณหภูมิสูงถึง 35 – 36 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ น้ำตกภูซาง ตั้งอยู่บนเทือกเขา ดอยผาหม่น เกิดจากสายน้ำอุ่นที่ไหลมาจากผาหินปูน มีความสูงประมาณ 25 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี และน้ำใสปราศจากกลิ่นกำมะถัน สามารถลงเล่นน้ำได้ อีกทั้งบริเวณใต้ น้ำตกภูซาง ยังเป็นแอ่งน้ำสีเขียวมรกตใสราวกับกระจก จึงเหมาะสำหรับการลงแช่น้ำให้อบอุ่นสบายตัว

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น


 น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

 น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี

          น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีพื้นป่าและสายน้ำที่อุดมสมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามของจังหวัดกาญจนบุรี ลักษณะน้ำตกเป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ มีเอกลักษณ์ตรงที่สายน้ำที่ไหลผ่านลำห้วยแม่ขมิ้น แล้วลดหลั่นไปตามเชิงชั้นหินปูน ต้นน้ำของน้ำตกไหลมาจากเทือกเขากะลา ซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำตลอดทั้งปี

          โดย น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แบ่งออกเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไ ปตามความสวยงามของประติมากรรมทางธรรมชาติ ได้แก่ ชั้น 1 ดงว่าน, ชั้น 2 ม่านขมิ้น, ชั้น 3 วังหน้าผา, ชั้น 4 ฉัตรแก้ว, ชั้น 5 ไหลจนหลง, ชั้น 6 ดงผีเสื้อ และชั้นสุดท้ายชั้น 7 ร่มเกล้า แต่ชั้นที่เป็นไฮไลท์หรือสวยที่สุดของที่นี่คือ “ชั้น 4 ฉัตรแก้ว” ซึ่งมีความงดงามมาก การไหลของสายน้ำเหมือนกับฉัตรที่ซ้อนกันอยู่หลาย ๆ ชั้น และที่สำคัญบริเวณชั้นนี้ เป็นชั้นสุดท้ายที่รถยนต์สามารถขึ้นมาถึงได้ ทั้งนี้ ก่อนทางขึ้นไปยังน้ำตกชั้นที่ 1 จะมี “โป่งผีเสื้อ” ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มแร่ธาตุให้กับแมลงต่าง ๆ ในช่วงหน้าฝนซึ่งจะมีผีเสื้อมากมายหลายสายพันธุ์ ต่างพากันมากินนับเป็นร้อย ๆ ตัวกันเลยทีเดียว

น้ำตกลงรู

น้ำตกลงรู

 น้ำตกลงรู จังหวัดอุบลราชธานี

          น้ำตกลงรู หรือ น้ำตกแสงจันทร์ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงาม และมีลักษณะพิเศษ เกิดจากลำห้วยเล็ก ๆ บนลานหินไหลลอดผ่านหน้าผาหินที่มีลักษณะเป็นรูลงสู่เพิงผาด้านล่าง หากเดินทางมาชมตอนช่วงเที่ยงวัน ซึ่งแสงอาทิตย์ลอดผ่านรูพอดีจะมองเห็นสายน้ำตกเหมือนแสงจันทร์

น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว

 น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

          น้ำตกพลิ้ว เป็นน้ำตกที่มีชื่อของจังหวัดจันทบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 14 กิโลเมตร มาตามทางหลวงหมายเลข 3 แล้วแยกซ้ายที่บ้านพลิ้ว ตรงมาอีก 2 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เน้ำตกขนาดใหญ่และมีความสวยงามมาก มีน้ำตลอดทั้งปี ลักษณะน้ำตกเป็นสายธาร 2 สาย สายหนึ่งไหลลดหลั่นผ่านซอกหินผา อีกสายหนึ่งมีขนาดเล็กกว่า และทิ้งตัวลงมาจากผาสูงราว 20 เมตร ทั้งสองสายไหลมารวมกันในแอ่งน้ำใสสะอาด มองเห็นพื้นด้านล่างที่เป็นโขดหินและทรายได้ ภายในบริเวณน้ำตกจะมีปลาพลวงหินอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของน้ำตกนี้ สามารถลงเล่นน้ำและให้อาหารปลา (ถั่วฝักยาว) ได้

 น้ำตกคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร

          น้ำตกคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 200 เมตร เกิดจากเทือกเขาคลองลาน (มียอดสูง 1,439 เมตร จากระดับน้ำทะเล) เขาคลองขลุง และเขาคลองสวนหมาก เหนือหน้าผาเป็นที่ราบกว้าง ในหน้าฝนสายน้ำจะไหลจากลำห้วยต่าง ๆ ประมาณ 5 สาย ลงสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขา เกิดเป็นวังน้ำลึก และลำน้ำยาวประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วไหลผ่านหน้าผาลงมาเป็น น้ำตกคลองลาน สูง 100 เมตร กว้างประมาณ 40 เมตร ด้านล่างของน้ำตกเป็นแหล่งน้ำที่ลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากตลาดคลองลาน 4 กิโลเมตร

น้ำตกเก้าโจน

น้ำตกเก้าโจน

น้ำตกเก้าโจน

น้ำตกเก้าโจน

 น้ำตกเก้าโจน จังหวัดราชบุรี

          น้ำตกเก้าชั้น หรือ น้ำตกเก้าโจน ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี  ซึ่งมีลักษณะป่าที่อุดมสมบูรณ์ และมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีน้ำซึมซับตลอดเวลา ก่อให้เกิดจากธารน้ำธรรมชาติ ไหลผ่านจากตอนกลางของภูเขา มายังบริเวณด้านล่าง นับรวมได้ 14 ชั้น ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร แต่สามารถเที่ยวได้เพียง 9 ชั้นเท่านั้น ในฤดูฝนจะมีน้ำมาก หินบริเวณน้ำตกชั้นต่าง ๆ เป็นหินแกรนิต ป่าส่วนใหญ่ก็เป็นป่าเบญพรรณ เช่น ยาง เต็ง แดง ประดู่ ชิงชัน รัง มะค่าโมง ฯลฯ มีจุดกางเต้นท์ให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้านบน


 
น้ำตกร้อนคลองท่อม จังหวัดกระบี่

น้ำตกร้อนคลองท่อม หรือ น้ำตกร้อนสะพานยูง ตั้งอยู่บริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว อำเภอคลองท่อม อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ตามถนนเพชรเกษม (กระบี่-ตรัง) ประมาณ 45 กิโลเมตร แยกซ้ายที่เส้นทางหลวง4038 จากนั้นแยกเข้าถนนสุขาภิบาล 2 ตรงเทศบาลอำเภอคลองท่อมไปอีก 12 กิโลเมตร เป็นน้ำพุร้อนแห่งหนึ่งในบรรดาน้ำพุร้อนอีกหลายแห่ง ที่กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณนี้ น้ำจะไม่ร้อนมาก มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส

น้ำตกร้อนคลองท่อม เป็นน้ำร้อนที่ซึมขึ้นมาจากผิวดินซึ่งมีป่าละเมาะปกคลุมร่มรื่น สายน้ำไหลไปรวมกันตามความลาดเอียงของพื้นที่ บางช่วงมีควันกรุ่นและคราบหินปูนธรรมชาติพอกอยู่เป็นชั้นหนา ทำให้เกิดทัศนียภาพสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะบริเวณที่ธารน้ำร้อนไหลลงสู่คลองท่อม ลดระดับเกิดเป็นลักษณะคล้ายชั้นน้ำตกเล็ก ๆ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 90 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองท่อมเหนือ โทรศัพท์ 0 7562 2713


น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

 
น้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี

น้ำตกเอราวัณ เป็นอีกน้ำตกหนึ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่สวยงามบนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตรติดต่อกัน เดิมมีชื่อว่า "น้ำตกสะด่องม่องลาย" ตามชื่อลำห้วยม่องลายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตก แต่ด้วยลักษณะน้ำตกชั้นที่ 7 ของที่นี่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ 3 เศียร จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ น้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเป็นอย่างดี น้ำใสสะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกตคล้ายสระว่ายน้ำ

ในแต่ละชั้นของน้ำตกจะมี ปลาพลวง (ปลาน้ำจืดในตระกูลปลาตะเพียน ลำตัวสีน้ำตาลเขียวเกล็ดโต มีหนวดยาว 2 คู่ ชอบอาศัยบริเวณธารน้ำตก ลำห้วย หรือลำธารที่ใสสะอาด) แหวกว่ายอยู่ แต่ในชั้นที่มีมากก็เห็นจะเป็นชั้นที่ 2 คือ วังมัจฉา โดยแต่ละชั้นของ น้ำตกเอราวัณ จะมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ มีระยะทางประมาณ 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เดินผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลิน ในการชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง

        
และนี่เป็นเพียง "น้ำตก" เพียงไม่กี่แห่งที่เราหยิบมาแนะนำกัน เพราะจริง ๆ แล้วในประเทศไทยยังมีน้ำตกสวยงามอีกมากมาย รอให้นักเดินทางแวะเวียนไปสัมผัสและเยี่ยมเยือน ถ้ามีโอกาสก้อย่าลืมไปท่องเที่ยวไทยกันนะจ๊ะ ^__^



ที่มา http://travel.kapook.com/view26906.html

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แหล่งดำน้ำ ฝั่งทะเลอ่าวไทย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  

         ประเทศไทยมีธรรมชาติที่งดงามมากมายทั้งทะเลและภูเขา แต่ดูเหมือนว่ากิจกรรมหนึ่งอย่างที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและต่างชาติ นั่นคือ ดำน้ำ อาจเพราะแหล่งดำน้ำลึกในประเทศไทยมีอยู่ทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งแต่ละที่ก็สวยงามไม่แพ้ที่ไหน ๆ 
แต่วันนี้กระปุกท่องเที่ยวเอาใจคนที่หลงใหลความงดงามใต้ท้องทะเล ด้วยการไปดูแหล่งดำน้ำทางฝั่งทะเลอ่าวไทยกัน โดยเริ่มที่...



จังหวัดสุราษฎร์ธานี


         กองชุมพร : เป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของเกาะเต่าและมีระดับน้ำความลึกสูงสุดที่ 40 เมตร เป็นกองหินใต้น้ำ 4 กองที่ปกคลุมไปด้วยดอกไม้ทะเล คุณมักจะพบฝูงปลาข้างเหลืองนับพัน ๆ ตัว แหวกว่ายอวดโฉมให้เรากระหน่ำถ่ายภาพกันแบบใกล้ชิดเลยทีเดียว, ฉลามวาฬ (เป็นฤดูกาล), ปลาเก๋ายักษ์, ปลาสากขนาดใหญ่, ปลาฉลามหัวบาตร, ปลาหูช้าง, Grey Reef Shark, ปลาทูน่า และปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ที่อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเล



         กองหินวงตั้ง : เป็นจุดดำน้ำที่ดีอีกจุดหนึ่ง อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเต่า มีปะการังอ่อนหลากสี แส้ทะเล และปลาหลากสีสัน และที่จุดนี้มีกองหินแกรนิตขนาดใหญ่หลายกองที่ปกคลุมไปด้วยกัลปังหาและแส้ทะเล เริ่มต้นดำน้ำที่ 14 เมตรแล้วค่อย ๆ ดำน้ำลงไป มีปะการังอ่อนที่หลากหลายมากที่สุด ที่จุดนี้มีสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมากมาย เช่น ปลาใบมีดโกน ที่ยอดเป็นหินโต๊ะที่ระดับ 10 เมตร แล้วค่อย ๆ ไต่ระดับความลึกไปจนถึง 32 เมตร นอกจากนี้ ที่กองหินวงยังมี "ทากเปลือย" ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลในกลุ่มหอยไม่มีเปลือกห่อหุ้มอยู่ด้วย


         กองตุ้งกู : ภาษาอังกฤษเรียกว่า Southwest Pinnacle เป็นจุดดำน้ำที่นักดำน้ำชื่นชอบจุดหนึ่ง มีความลึกสูงสุดที่ 25 เมตร ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเต่า ใช้เวลาเดินทางจากเกาะเต่าประมาณ 1 ชั่วโมง มีลักษณะเป็นกองหินขนาดใหญ่ที่ทับสลับซับซ้อน ว่ายน้ำผ่านก็จะเห็นปลาปลาสาก ปลาไหลมอเรย์ยักษ์ ฉลามวาฬ (ตามฤดูกาล) ปลาเก๋ายักษ์ บางครั้งอาจจะพบฉลามเสือ และปลากระเบนจุดฟ้า ซ่อนอยู่ตามทรายเพื่อหาอาหาร กองหินที่สลับซับซ้อนนี้ทำให้เกิดลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่พิเศษ มีกัลปังหาขนาดใหญ่ และเต่าทะเล จุดนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนคอร์สแอดวานซ์และโอเพ่นวอเทอร์


         หาดขอม : เป็นหาดเล็ก ๆ ทางใต้ของ หาดโฉลกหลำ เกาะพะงัน เป็นหาดที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะมาพักผ่อนระยะยาว ห่างไกลจากฝูงชน ที่พักเป็นแบบบังกะโล ที่มีระเบียงและมีเปลให้นอนเล่น แต่เป็นจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีปะการังที่หลากหลาย ทั้งปะการังสมอง ฟองน้ำสีน้ำเงิน และทากเปลือกโจรันนา ฯลฯ ทั้งนี้ โรงเรียนสอนดำน้ำจากหาดโฉลกหลำและเรือพานักดำน้ำมาดำน้ำตื้นที่นี่ หาดนี้อยู่ทางทิศเหนือ ทำให้ไม่สามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกได้


         เกาะนางยวน : เป็นเกาะเล็ก ๆ ห่างจากเกาะเต่าไม่กี่นาที ประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะที่เชื่อมต่อกันด้วยหาดทรายสีขาว นับเป็นหาดที่สวยที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทะเลรอบ ๆ สันทรายสีเขียวมรกต และมีแนวปะการังที่ระดับความลึก 14 เมตรใต้ทะเล ทำให้เป็นจุดที่เหมาะกับนักดำน้ำมือใหม่ คุณจะชอบปะการังและปลาสวย ๆ เช่น ปลานกแก้ว ปลาผีเสื้อ ปลาการ์ตูน ปลาสาก และปลาเก๋า


         กองหินแดง : อยู่ทางทิศเหนือของเกาะนางยวน ใกล้กับถ้ำใต้น้ำของเกาะนางยวนเหนือ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มเกาะนางยวน ความลึก 18 เมตร เคยพบกระเบนนก และกระเบนราหู และมีกองหินสองกองเป็นจุดดำน้ำที่เยี่ยมมาก มีสัตว์นานาชนิด คุณจะได้เห็นปะการังอ่อน แส้ทะเล โฟลิปของปะการัง ปะการังเขากวางที่สวนใต้น้ำแห่งนี้ จะเห็นปลาวัว ปลาผีเสื้อ ปลากระพง และปลาอีกมากมายว่ายไปมา



         กองหินขาว : ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเต่า มีความลึกตั้งแต่ 6 – 22 เมตร เป็นกลุ่มกองหินใต้น้ำหลายกอง พื้นหินปกคลุมด้วยปะการังแข็ง ฟองน้ำ กัลปังหา ดอกไม้ทะเลและแส้ทะเล ปลาที่พบได้แก่ปลาสาก ปลาปักเป้า ปลาผีเสื้อ ปลานกแก้ว ปลาวัว ปลาไหลมอเรย์ และทากทะเล นับเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำยอดนิยมรอบ ๆ เกาะเต่า เหมาะสำหรับนักดำน้ำมือใหม่และระดับปานกลาง



         เกาะม้า : ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นหนึ่งจุดที่ได้รับความนิยมจากนักดำน้ำที่เกาะพะงัน เป็นจุดที่มีความหลากหลายของปะการัง ปะการังอ่อน ปลาและดอกไม้ทะเล สำหรับนักดำน้ำตื้น สามารถเดินจากหาดแม่หาดไปดำน้ำที่เกาะม้าได้ หรือท่านจะเช่าเรือหางยาวไปดำน้ำรอบเกาะม้าก็ได้ 
จังหวัดชุมพร 


         หินแพ : เป็นกองหินอันดับสองที่เป็นแหล่งดำน้ำที่จังหวัดชุมพร ตั้งอยู่ด้านเหนือสุดของพื้นที่ อยู่ระหว่างจุดดำน้ำที่เป็นที่นิยมทั้ง 4 แห่งของชุมพร คือ ง่ามน้อย ง่ามใหญ่ หินหลักง่าม และหินแพ นักดำน้ำจะได้เห็นปะการัง กองหิน และถ้ำใต้ทะเล ปลาหลากหลาย



         เกาะง่ามใหญ่ : ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เป็นเกาะสัมปทานรังนกนางแอ่น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 17 กิโลเมตร ตัวเกาะมีลักษณะเป็นผาหินปูนสูงชัน บริเวณรอบเกาะไม่มีชายหาดหรือที่ราบ แต่เป็นแหล่งดำน้ำที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่ง โดดเด่นด้านถ้ำใต้ทะเล ปะการังดำ กัลปังหา ถ้วยทะเล และปลาหลากหลายชนิด


         เกาะง่ามน้อย : เป็นเกาะที่อยู่ห่างจาก เกาะง่ามใหญ่ 300 เมตร ถึงแม้ว่าเกาะง่ามน้อยจะมีขนาดเล็กกว่าสองเท่า แต่ก็มีความงดงามไม่แพ้เกาะง่ามใหญ่ โดยประกอบด้วยหินที่ปกคลุมไปด้วยปะการัง ด้านบนเกาะมีรังนกแอ่นกินรัง ซึ่งนักดำน้ำจะพบปลาสิงโต เต่าทะเล หอยเบี้ย และฝูงปลาน้อยใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้ทะเล เม่นทะล และปลาการ์ตูนอินเดียนแดงด้วย ถึงแม้บางครั้งอาจมีกระแสน้ำบ้าง แต่ทะเลด้านหน้าของเกาะง่ามน้อยเรียกกว่าหลักง่าม ซึ่งเป็นจุดดำน้ำลึกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร




         เกาะหลักง่าม : เป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ทางทิศใต้ของเกาะง่ามน้อย และห่างจากหาดทุ่งวัวแล่นประมาณ 1.5 ชั่วโมง มีลักษณะเป็นหินโผล่กลางน้ำ ขนาดกว้างแค่ 20-30 เมตร มีอยู่สองก้อน เป็นที่ให้นกทะเลมาพักอาศัย เวลาเรือแล่นผ่านนกทะเลเหล่านี้จะบินหนี ถ้านกรู้สึกว่ามันปลอดภัยมันก็บินกลับลงมาเกาะใหม่ มีแนวปะการังที่สวยงาม ปะการังรอบเกาะเป็นแบบแนวปะการังริมฝั่ง ปรากฏอยู่รอบเกาะมีระดับความลึก 10-12 เมตร มีสภาพสมบูรณ์ดี เหมาะสำหรับการดำน้ำลึกที่ชุมพร




         เรือหลวงปราบ : เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 09.59 น. อดีตเรือหลวงปราบ...เรือรบปลดประจำการ ได้ถูกนำไปวางอยู่ใต้ท้องทะเล บริเวณด้านใต้ของเกาะง่ามน้อย โดยส่วนท้ายของเรือได้จมลงก่อน จากนั้นค่อย ๆ เอียงขวาจมลงไปจนหัวเรือมิดน้ำ เพื่อเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ และเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้แก่แหล่งท่องเที่ยวของอ่าวไทย ตามโครงการแหล่งเรียนรู้เรือหลวงไทยใต้ท้องทะเลชุมพร

         นอกจากนี้ ยังมี กองหินโลซิน เขาหินใต้น้ำกลางทะเลเวิ้งว้างในอ่าวไทย ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาไม่เกิน 100 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นเกาะสุดท้ายก่อนสุดเขตน่านน้ำของไทย ที่มีความสำคัญทางภูมิศาสตร์มากมาย แต่ไม่ปรากฏว่าอยู่ในจังหวัดใด เหตุเพราะห่างจากหาดสุกรีในเขตอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ประมาณ 72 กิโลเมตร ห่างจากฝั่งจังหวัดนราธิวาส ไปทางตะวันออกราว 106 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากท่าเรือสงขลาประมาณ 180 กิโลเมตร แต่ที่แน่ ๆ คือ  มีแนวปะการังที่กินพื้นที่กว้างราว 1 กิโลเมตร มีทั้งปะการังเขากวาง ปะการังโขด ฟองน้ำครก ปะการังโต๊ะ ฯลฯ  อีกทั้งยังเป็นแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์ มีพืชใต้น้ำและฝูงปลาอาศัยอยู่ และลึกลงไปใต้ท้องสมุทรก็ยังเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลานานาชนิด

         และนี่คือแหล่งดำน้ำในฝั่งทะเลอ่าวไทยที่เราหยิบมาฝากกัน หากมีเวลาก็ลองแวะเวียนไปสัมผัสกันดูนะจ๊ะ

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


        ประเทศไทย...ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามติดอันดับโลก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ที่งดงามเกินบรรยาย ภาพของน้ำทะเลสีคราม หาดทรายขาวละเอียด ทิวมะพร้าวเรียงราว คงชินตาใครหลาย ๆ คน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอหยิบเอา "เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย" อีกทั้งยังเป็นที่นิยมของทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาบอกกัน ดังต่อไปนี้…


เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่  เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก (เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู โดยหมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงาม ทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลากชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก 

          ทั้งนี้ เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด  เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า มีหาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่มน้ำทะเลใสน่าเล่น ใต้ทะเลมีปะการังสวยงามหลายชนิด และมีปลาประเภทต่าง ๆ ที่มีสีสันสวยงามมากมาย เป็นเกาะที่สามารถดำน้ำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น และทางด้านเหนือของเกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตา เช่น หินรูปรองเท้าบู๊ท หรือรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก ตอนบนที่ตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่จะมองเห็นความสวยงามของท้องทะเลได้กว้างไกล

          ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือและทางอุทยานฯ จะประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะล้าน อยู่ห่างชายฝั่งพัทยาเพียง 7 กิโลเมตร นั่งเรือโดยสาร 45 นาที มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นกีฬาทางน้ำ โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน หาดทองหลาง หาดนวล และหาดเทียน ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น บริเวณเกาะล้าน และเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เช่น เกาะครก และเกาะสาก เป็นแหล่งตกปลาดำน้ำดูปะการัง ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และเป็นสถานที่ฝึกหัดเรียนดำน้ำ




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          หมู่เกาะพีพี อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ 42 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะกลางทะเล ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ถือเป็นอัญมณีเลอค่าแห่งทะเลอันดามัน ที่โด่งดังติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก ด้วยความงดงามของเวิ้งอ่าวคู่ของอ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ 

          บวกกับทะเลในสีเขียวมรกตสวยใส ที่โอบล้อมหาดทรายขาวนวลละเอียดราวแป้งของ "อ่าวมาหยา" พร้อมแนวปะการังและสรรพชีวิตหลากสีสันนานาพันธุ์ในโลกใต้ทะเล สิ่งเหล่านี้คือแม่เหล็ก ที่ดึงดูดให้นักเดินทางนับล้านชีวิตจากทั่วทุกมุมโลก หลั่งไหลมายังหมู่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ เพื่อจะมาเยี่ยมเยือนและสัมผัสให้เห็นกับตาตัวเอง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเกาะที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และได้ฉายาว่า มรกตแห่งอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะสิเป๊ะ หรือ เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะคือความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ "อ่าวพัทยา"และ "หาดชาวเล" มีลักษณะโค้งเว้า ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที และยังมีบริการบ้านพักของเอกชนคอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ได้

          นอกจากนี้ ยังมีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมง ในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 12 ตลอด 3 วัน 3 คืน ชาวบ้านทีมีเชื้อสายชาวเลจะร่วมกันจัดงานรื่นเริง และที่สำคัญที่สุดคือ ชาวบ้านจะช่วยกันต่อเรือด้วยไม้ระกำ และประกอบพิธีลอยเรือด้วยเป็นความเชื่อว่าเป็นการเสี่ยงทายโชคชะตาในการประกอบอาชีพประมง




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะสมุย จังหวัดราษฎร์ธานี เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบครบครัน ทั้งที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีการคมนาคมที่สะดวก และมีสนามบินเป็นของตัวเอง ปัจจุบันเกาะสมุยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนปีละหลายล้านคน

          เกาะสมุย มีหาดทรายธรรมชาติสวยงามที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น หาดเฉวง หาดละไม หาดตลิ่งงาม และหาดนาเทียน และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และแหล่งน้ำ นอกจากนี้ ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่สร้างเสน่ห์ให้กับเกาะแห่งนี้เป็นอย่างมาก





เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะเต่าเป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเลอ่าวไทย อยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดชุมพรประมาณ 74 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 110 กิโลเมตร ห่างจากเกาะสมุยประมาณ 64 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะพะงันประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น "เกาะสวรรค์กลางทะเลอ่าวไทย" เนื่องจากเป็นเกาะที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกขนาดใหญ่และสวยงาม อันเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากชนิดจำนวนมาก จนกลายเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่นักดำน้ำทั่วโลกต่างพากันหมุนเวียนมาเยี่ยมเยือน และสัมผัสกับโลกใต้ทะเลของเกาะสวรรค์แห่งนี้ 

          นอกจากนี้ เกาะเต่ายังมีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ สวยงาม และสงบเงียบ อีกหลายแห่งรอบเกาะ ที่เติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสมกับฉายา "เกาะสวรรค์" อีกทั้งในอดีตบริเวณชายหาดรอบ ๆ เกาะเต่า ยังเต็มไปด้วยเต่าที่มาหาแหล่งวางไข่เป็นจำนวนมาก อันเป็นที่มาของชื่อ "เกาะเต่า" นั่นเอง




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปี ประกอบด้วย เกาะลันตาใหญ่ และ เกาะลันตาน้อย ทั้งนี้ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งตั้งอยู่ที่แหลมโตนด ตรงปลายเกาะ เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และที่โดดเด่นที่สุดคือประภาคารสีขาว ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะลันตา ขณะที่เกาะลันตาน้อยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตา 

          ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากแผ่นดิน เกาะลันตาจึงยังคงความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลสะอาด อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผสานกับความเจริญทางด้านหัวเกาะแถบท่าเรือและชายหาดฝั่งตะวันตก ซึ่งคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว การมาเยือนเกาะลันตาจึงได้เที่ยวหลายบรรยากาศในคราวเดียวกัน





เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะกูด เกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตราดของไทย ติดชายแดนทางทะเลของกัมพูชา ด้วยความที่เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ทำให้ดินแดนแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มากมาย และสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวและการพักผ่อน และด้วยพื้นที่ที่เป็นภูเขาและที่ราบสันเขา จึงเป็นต้นกำเนิดลำห้วยต่างๆ ซึ่งก็ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว คือชายหาดเนียนละเอียด เคียงข้างน้ำทะเลใสแจ๋ว อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังนานาชนิด จนได้รับสมญานามว่า "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก"





เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย

          เกาะพยาม จังหสัดระนอง เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 160 ครัวเรือน ชาวบ้านมีอาชีพทำสวนมะม่วงหิมพานต์ สวนยางพาราและประมงชายฝั่ง กิจกรรมบนเกาะจะมีการตกปลา ขี่จักรยานรอบเกาะ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำดูปะการัง เกาะพยามถือเป็นแหล่งดูปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม และด้านทิศตะวันออกของเกาะไม่มีหาดทราย แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน และมีชาวเล เผ่ามอแกน มาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง บนเกาะพยามมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          หมู่เกาะอาดัง-ราวี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล และอยู่ในเขตทะเลอันดามัน เป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีสภาพธรรมชาติที่น่าสนใจ โดย เกาะอาดัง ในอดีตเป็นที่ซ่องสุมของโจรสลัด ปล้นสะดมเรือ มีหาดทรายขาวละเอียด สวยงาม และมีแนวปะการังอยู่รอบๆ เกาะ เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 5 (แหลมสน) อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 40 กิโลเมตร 

          ส่วน เกาะราวี มีหาดทรายขาว น้ำใส เงียบสงบ เหมาะแก่การกางเต็นท์พักผ่อน เล่นน้ำ ดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกชมแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่น่าชม เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 6 (หาดทรายขาว) และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 7 (ตะโละปะเหลียน) ซึ่งเดือนที่เหมาะแก่ท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก 3 เกาะ ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสันทรายในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เสน่ห์ของเกาะนางยวนนั้น มาจากน้ำทะเลสีมรกตที่ใสจนมองเห็นตัวปลาตัวเล็กตัวน้อย เปลือกหอย และปะการัง ซึ่งอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่คือ การดำน้ำดูปะการังปละปลาสวยงาม เล่นน้ำริมหาด จะว่าไปนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เลือกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่นี่นั้น เหตุเพราะมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว อากาศสดชื่น ทั้งยังมีความเขียวขจีของเขาเล็ก ๆ 3 เขารายรอบ และความงามของท้องทะเลมาบรรจบกัน 

          เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีใจรักธรรมชาติ หลงรักน้ำทะเล ชอบความเป็นส่วนตัว และต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง อย่าลืมมาพักผ่อนที่ "เกาะนางยวน" 




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งใน หมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จังหวัดระยอง เป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนโดยแท้ อีกทั้งยังมีหาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สายลมพลิ้วไหวเหนือสายน้ำ สำหรับกิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะมันนอก คือเล่นน้ำทะเล ดำน้ำชมความงามของปะการังต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำรอบ ๆ เกาะมันนอก และทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัย เพราะเกาะนี้มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ 




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          หมู่เกาะสุรินทร์ หรือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งชื่อตามพระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) เทศาเมืองภูเก็ต ผู้ค้นพบเกาะ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามัน อยู่ติดกับชายแดน ไทย - พม่า ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) เกาะรี (เกาะสต๊อก) และ 1 กองหินปริ่มน้ำ คือ กองหินริเชลิว 

          นับว่ามีธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งบนบกและในทะเล มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายหาด ป่าชายเลนมาประจบกับแนวปะการัง แนวปะการังมีความสมบูรณ์ เหมาะสำหรับชมปะการังน้ำตื้น โดยกองหินริเชริวเหมาะสำหรับดำน้ำลึก เป็นแหล่งสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายชนิด และเป็นจุดที่พบฉลามวาฬบ่อยสุดของทะเลไทย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยว คือ เดือนพฤษจิกายนถึง เดือนเมษายน 

          นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านของชาวเลเลกลุ่มสุดท้ายที่ยังดำรงวัฒนธรรมดั้งเดิมมากที่สุด คือ "มอแกน" หรือ "ยิบซีแห่งท้องทะเล" ประมาณ 200 คนปัจจุบันได้ตั้งหมู่บ้านอยู่ที่เกาะสุรินทร์ใต้ ขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว และบางส่วนทำงานเป็นลูกจ้างของอุทยานฯ




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          หมู่เกาะอ่างทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ 42 เกาะ ได้แก่ เกาะพะลวย เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะหินดับ เกาะนายพุด และเกาะไผ่ลวก เป็นต้น ซึ่งตามเกาะต่าง ๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ บางเกาะหาดทรายมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด สีสวยงามหลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ

          แหล่งท่องเที่ยวใน หมู่เกาะอ่างทอง ได้แก่ เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง เป็นจุดที่มีแนวปะการังและหาดทรายขาวสะอาด, เกาะวัวตาหลับ อยู่บริเวณอ่าวคา เป็นหาดทรายขาวสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ นอนเล่นพักผ่อนริมหาด เมื่อขึ้นไปจุดชมทิวทัศน์บนยอดเขา จะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทั้งหมดที่ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา, เกาะหินดับ เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่สวยงามและชายหาดที่ยาวที่สุดในอุทยานแห่งชาติ สภาพภูมิประเทศและทัศนียภาพรอบเกาะสวยงามน่าชม

          ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา อยู่บน เกาะแม่เกาะ เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหินปูนที่สูงสลับ ซับซ้อนแต่มีอุโมงค์ใต้น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเล การกำเนิดของทะเลสาบน้ำเค็มนี้ได้มีการสันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของหินชั้นล่างทำให้เกิดบ่อยุบ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับหมู่เกาะ หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในกระบวนการเดียวกับการเกิดถ้ำ

          ทั้งนี้ ช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลจะมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไป หมู่เกาะอ่างทอง ไม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี ได้แก่ ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน - 23 ธันวาคม ของทุกปี และจะเปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี



เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะไข่ หรือ เกาะตอริลลา เป็นเกาะเล็ก ๆ สองเกาะ เรียกว่า เกาะไข่นอก เกาะไข่ใน ทั้งสองเกาะมีหาดทรายขาวน้ำทะเลใสมีปลาหลากชนิดสีสันสวยงามว่ายอยู่ใกล้ ๆ ชายหาด มีปะการังสวยงาม การเดินทางไปเกาะไข่สามารถซื้อทัวร์ได้จากบริษัทนำเที่ยว หรือเช่าเรือได้จากท่าเรือเกาะสิเหร่ ท่าเรือแหลมหิน หรืออ่าวฉลอง ในจังหวัดภูเก็ต




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชน เกาะกระดานมีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการังซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์  บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชน และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช





เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส  บริเวณชายฝั่งของเกาะจะมองเห็นแนวปะการังหลากชนิดที่ยังสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดปี และเป็นจุดที่ตกปลาได้ดีเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก สามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ราคาเรือหางยาวเที่ยวไป-กลับคนละ 300 บาท 





เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย

เกาะตาชัย

          เกาะบริวารแห่งใหม่ของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า เกาะตาชัย ช่วงเวลาที่เกาะตาชัยงดงามที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน จากนั้นเกาะตาชัยจะปิด 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู 

          สำหรับจุดเด่นที่ทำให้เกาะตาชัยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากเดินทางไปชื่นชม คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร และการเดินป่าเข้าไปดู ปูไก่ ปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน รวมถึงเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาด ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย