วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เที่ยวน้ำตกในวันสบายๆ

      ประเทศไทยได้ชื่อว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่าง ภูเขา น้ำตก ทะเล แต่วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสกับ "น้ำตก" ที่มีความงามของธรรมชาติอย่างน่ามหัศจรรย์ จนบางแห่งถูกขนานนามว่าเป็น Unseen Thailand ซะด้วย แต่จะมีที่ไหนบ้างนั้น อยากรู้ตามเราไปเที่ยวกันดีกว่า...
น้ำตกภูซาง

น้ำตกอุ่นภูซาง

 น้ำตกอุ่นภูซาง จังหวัดพะเยา

          น้ำตกภูซาง หรือที่หลายคนเรียกว่า น้ำตกอุ่น ตั้งอยู่ภายใน อุทยานแห่งชาติภูซาง จังหวัดพะเยา โดยความแปลกของ น้ำตกภูซาง อยู่ตรงที่เป็นน้ำตกที่มีน้ำอุ่นเพียงแห่งเดียวที่พบในประเทศไทย เพราะน้ำตกมีอุณหภูมิสูงถึง 35 – 36 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ น้ำตกภูซาง ตั้งอยู่บนเทือกเขา ดอยผาหม่น เกิดจากสายน้ำอุ่นที่ไหลมาจากผาหินปูน มีความสูงประมาณ 25 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี และน้ำใสปราศจากกลิ่นกำมะถัน สามารถลงเล่นน้ำได้ อีกทั้งบริเวณใต้ น้ำตกภูซาง ยังเป็นแอ่งน้ำสีเขียวมรกตใสราวกับกระจก จึงเหมาะสำหรับการลงแช่น้ำให้อบอุ่นสบายตัว

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น


 น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

 น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี

          น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีพื้นป่าและสายน้ำที่อุดมสมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามของจังหวัดกาญจนบุรี ลักษณะน้ำตกเป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ มีเอกลักษณ์ตรงที่สายน้ำที่ไหลผ่านลำห้วยแม่ขมิ้น แล้วลดหลั่นไปตามเชิงชั้นหินปูน ต้นน้ำของน้ำตกไหลมาจากเทือกเขากะลา ซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำตลอดทั้งปี

          โดย น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แบ่งออกเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไ ปตามความสวยงามของประติมากรรมทางธรรมชาติ ได้แก่ ชั้น 1 ดงว่าน, ชั้น 2 ม่านขมิ้น, ชั้น 3 วังหน้าผา, ชั้น 4 ฉัตรแก้ว, ชั้น 5 ไหลจนหลง, ชั้น 6 ดงผีเสื้อ และชั้นสุดท้ายชั้น 7 ร่มเกล้า แต่ชั้นที่เป็นไฮไลท์หรือสวยที่สุดของที่นี่คือ “ชั้น 4 ฉัตรแก้ว” ซึ่งมีความงดงามมาก การไหลของสายน้ำเหมือนกับฉัตรที่ซ้อนกันอยู่หลาย ๆ ชั้น และที่สำคัญบริเวณชั้นนี้ เป็นชั้นสุดท้ายที่รถยนต์สามารถขึ้นมาถึงได้ ทั้งนี้ ก่อนทางขึ้นไปยังน้ำตกชั้นที่ 1 จะมี “โป่งผีเสื้อ” ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มแร่ธาตุให้กับแมลงต่าง ๆ ในช่วงหน้าฝนซึ่งจะมีผีเสื้อมากมายหลายสายพันธุ์ ต่างพากันมากินนับเป็นร้อย ๆ ตัวกันเลยทีเดียว

น้ำตกลงรู

น้ำตกลงรู

 น้ำตกลงรู จังหวัดอุบลราชธานี

          น้ำตกลงรู หรือ น้ำตกแสงจันทร์ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงาม และมีลักษณะพิเศษ เกิดจากลำห้วยเล็ก ๆ บนลานหินไหลลอดผ่านหน้าผาหินที่มีลักษณะเป็นรูลงสู่เพิงผาด้านล่าง หากเดินทางมาชมตอนช่วงเที่ยงวัน ซึ่งแสงอาทิตย์ลอดผ่านรูพอดีจะมองเห็นสายน้ำตกเหมือนแสงจันทร์

น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว

 น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

          น้ำตกพลิ้ว เป็นน้ำตกที่มีชื่อของจังหวัดจันทบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 14 กิโลเมตร มาตามทางหลวงหมายเลข 3 แล้วแยกซ้ายที่บ้านพลิ้ว ตรงมาอีก 2 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เน้ำตกขนาดใหญ่และมีความสวยงามมาก มีน้ำตลอดทั้งปี ลักษณะน้ำตกเป็นสายธาร 2 สาย สายหนึ่งไหลลดหลั่นผ่านซอกหินผา อีกสายหนึ่งมีขนาดเล็กกว่า และทิ้งตัวลงมาจากผาสูงราว 20 เมตร ทั้งสองสายไหลมารวมกันในแอ่งน้ำใสสะอาด มองเห็นพื้นด้านล่างที่เป็นโขดหินและทรายได้ ภายในบริเวณน้ำตกจะมีปลาพลวงหินอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของน้ำตกนี้ สามารถลงเล่นน้ำและให้อาหารปลา (ถั่วฝักยาว) ได้

 น้ำตกคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร

          น้ำตกคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 200 เมตร เกิดจากเทือกเขาคลองลาน (มียอดสูง 1,439 เมตร จากระดับน้ำทะเล) เขาคลองขลุง และเขาคลองสวนหมาก เหนือหน้าผาเป็นที่ราบกว้าง ในหน้าฝนสายน้ำจะไหลจากลำห้วยต่าง ๆ ประมาณ 5 สาย ลงสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขา เกิดเป็นวังน้ำลึก และลำน้ำยาวประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วไหลผ่านหน้าผาลงมาเป็น น้ำตกคลองลาน สูง 100 เมตร กว้างประมาณ 40 เมตร ด้านล่างของน้ำตกเป็นแหล่งน้ำที่ลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากตลาดคลองลาน 4 กิโลเมตร

น้ำตกเก้าโจน

น้ำตกเก้าโจน

น้ำตกเก้าโจน

น้ำตกเก้าโจน

 น้ำตกเก้าโจน จังหวัดราชบุรี

          น้ำตกเก้าชั้น หรือ น้ำตกเก้าโจน ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี  ซึ่งมีลักษณะป่าที่อุดมสมบูรณ์ และมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีน้ำซึมซับตลอดเวลา ก่อให้เกิดจากธารน้ำธรรมชาติ ไหลผ่านจากตอนกลางของภูเขา มายังบริเวณด้านล่าง นับรวมได้ 14 ชั้น ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร แต่สามารถเที่ยวได้เพียง 9 ชั้นเท่านั้น ในฤดูฝนจะมีน้ำมาก หินบริเวณน้ำตกชั้นต่าง ๆ เป็นหินแกรนิต ป่าส่วนใหญ่ก็เป็นป่าเบญพรรณ เช่น ยาง เต็ง แดง ประดู่ ชิงชัน รัง มะค่าโมง ฯลฯ มีจุดกางเต้นท์ให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้านบน


 
น้ำตกร้อนคลองท่อม จังหวัดกระบี่

น้ำตกร้อนคลองท่อม หรือ น้ำตกร้อนสะพานยูง ตั้งอยู่บริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว อำเภอคลองท่อม อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ตามถนนเพชรเกษม (กระบี่-ตรัง) ประมาณ 45 กิโลเมตร แยกซ้ายที่เส้นทางหลวง4038 จากนั้นแยกเข้าถนนสุขาภิบาล 2 ตรงเทศบาลอำเภอคลองท่อมไปอีก 12 กิโลเมตร เป็นน้ำพุร้อนแห่งหนึ่งในบรรดาน้ำพุร้อนอีกหลายแห่ง ที่กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณนี้ น้ำจะไม่ร้อนมาก มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส

น้ำตกร้อนคลองท่อม เป็นน้ำร้อนที่ซึมขึ้นมาจากผิวดินซึ่งมีป่าละเมาะปกคลุมร่มรื่น สายน้ำไหลไปรวมกันตามความลาดเอียงของพื้นที่ บางช่วงมีควันกรุ่นและคราบหินปูนธรรมชาติพอกอยู่เป็นชั้นหนา ทำให้เกิดทัศนียภาพสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะบริเวณที่ธารน้ำร้อนไหลลงสู่คลองท่อม ลดระดับเกิดเป็นลักษณะคล้ายชั้นน้ำตกเล็ก ๆ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 90 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองท่อมเหนือ โทรศัพท์ 0 7562 2713


น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

 
น้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี

น้ำตกเอราวัณ เป็นอีกน้ำตกหนึ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่สวยงามบนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตรติดต่อกัน เดิมมีชื่อว่า "น้ำตกสะด่องม่องลาย" ตามชื่อลำห้วยม่องลายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตก แต่ด้วยลักษณะน้ำตกชั้นที่ 7 ของที่นี่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ 3 เศียร จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ น้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเป็นอย่างดี น้ำใสสะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกตคล้ายสระว่ายน้ำ

ในแต่ละชั้นของน้ำตกจะมี ปลาพลวง (ปลาน้ำจืดในตระกูลปลาตะเพียน ลำตัวสีน้ำตาลเขียวเกล็ดโต มีหนวดยาว 2 คู่ ชอบอาศัยบริเวณธารน้ำตก ลำห้วย หรือลำธารที่ใสสะอาด) แหวกว่ายอยู่ แต่ในชั้นที่มีมากก็เห็นจะเป็นชั้นที่ 2 คือ วังมัจฉา โดยแต่ละชั้นของ น้ำตกเอราวัณ จะมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ มีระยะทางประมาณ 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เดินผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลิน ในการชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง

        
และนี่เป็นเพียง "น้ำตก" เพียงไม่กี่แห่งที่เราหยิบมาแนะนำกัน เพราะจริง ๆ แล้วในประเทศไทยยังมีน้ำตกสวยงามอีกมากมาย รอให้นักเดินทางแวะเวียนไปสัมผัสและเยี่ยมเยือน ถ้ามีโอกาสก้อย่าลืมไปท่องเที่ยวไทยกันนะจ๊ะ ^__^



ที่มา http://travel.kapook.com/view26906.html

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แหล่งดำน้ำ ฝั่งทะเลอ่าวไทย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  

         ประเทศไทยมีธรรมชาติที่งดงามมากมายทั้งทะเลและภูเขา แต่ดูเหมือนว่ากิจกรรมหนึ่งอย่างที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและต่างชาติ นั่นคือ ดำน้ำ อาจเพราะแหล่งดำน้ำลึกในประเทศไทยมีอยู่ทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งแต่ละที่ก็สวยงามไม่แพ้ที่ไหน ๆ 
แต่วันนี้กระปุกท่องเที่ยวเอาใจคนที่หลงใหลความงดงามใต้ท้องทะเล ด้วยการไปดูแหล่งดำน้ำทางฝั่งทะเลอ่าวไทยกัน โดยเริ่มที่...



จังหวัดสุราษฎร์ธานี


         กองชุมพร : เป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของเกาะเต่าและมีระดับน้ำความลึกสูงสุดที่ 40 เมตร เป็นกองหินใต้น้ำ 4 กองที่ปกคลุมไปด้วยดอกไม้ทะเล คุณมักจะพบฝูงปลาข้างเหลืองนับพัน ๆ ตัว แหวกว่ายอวดโฉมให้เรากระหน่ำถ่ายภาพกันแบบใกล้ชิดเลยทีเดียว, ฉลามวาฬ (เป็นฤดูกาล), ปลาเก๋ายักษ์, ปลาสากขนาดใหญ่, ปลาฉลามหัวบาตร, ปลาหูช้าง, Grey Reef Shark, ปลาทูน่า และปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ที่อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเล



         กองหินวงตั้ง : เป็นจุดดำน้ำที่ดีอีกจุดหนึ่ง อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเต่า มีปะการังอ่อนหลากสี แส้ทะเล และปลาหลากสีสัน และที่จุดนี้มีกองหินแกรนิตขนาดใหญ่หลายกองที่ปกคลุมไปด้วยกัลปังหาและแส้ทะเล เริ่มต้นดำน้ำที่ 14 เมตรแล้วค่อย ๆ ดำน้ำลงไป มีปะการังอ่อนที่หลากหลายมากที่สุด ที่จุดนี้มีสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมากมาย เช่น ปลาใบมีดโกน ที่ยอดเป็นหินโต๊ะที่ระดับ 10 เมตร แล้วค่อย ๆ ไต่ระดับความลึกไปจนถึง 32 เมตร นอกจากนี้ ที่กองหินวงยังมี "ทากเปลือย" ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลในกลุ่มหอยไม่มีเปลือกห่อหุ้มอยู่ด้วย


         กองตุ้งกู : ภาษาอังกฤษเรียกว่า Southwest Pinnacle เป็นจุดดำน้ำที่นักดำน้ำชื่นชอบจุดหนึ่ง มีความลึกสูงสุดที่ 25 เมตร ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเต่า ใช้เวลาเดินทางจากเกาะเต่าประมาณ 1 ชั่วโมง มีลักษณะเป็นกองหินขนาดใหญ่ที่ทับสลับซับซ้อน ว่ายน้ำผ่านก็จะเห็นปลาปลาสาก ปลาไหลมอเรย์ยักษ์ ฉลามวาฬ (ตามฤดูกาล) ปลาเก๋ายักษ์ บางครั้งอาจจะพบฉลามเสือ และปลากระเบนจุดฟ้า ซ่อนอยู่ตามทรายเพื่อหาอาหาร กองหินที่สลับซับซ้อนนี้ทำให้เกิดลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่พิเศษ มีกัลปังหาขนาดใหญ่ และเต่าทะเล จุดนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนคอร์สแอดวานซ์และโอเพ่นวอเทอร์


         หาดขอม : เป็นหาดเล็ก ๆ ทางใต้ของ หาดโฉลกหลำ เกาะพะงัน เป็นหาดที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะมาพักผ่อนระยะยาว ห่างไกลจากฝูงชน ที่พักเป็นแบบบังกะโล ที่มีระเบียงและมีเปลให้นอนเล่น แต่เป็นจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีปะการังที่หลากหลาย ทั้งปะการังสมอง ฟองน้ำสีน้ำเงิน และทากเปลือกโจรันนา ฯลฯ ทั้งนี้ โรงเรียนสอนดำน้ำจากหาดโฉลกหลำและเรือพานักดำน้ำมาดำน้ำตื้นที่นี่ หาดนี้อยู่ทางทิศเหนือ ทำให้ไม่สามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกได้


         เกาะนางยวน : เป็นเกาะเล็ก ๆ ห่างจากเกาะเต่าไม่กี่นาที ประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะที่เชื่อมต่อกันด้วยหาดทรายสีขาว นับเป็นหาดที่สวยที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทะเลรอบ ๆ สันทรายสีเขียวมรกต และมีแนวปะการังที่ระดับความลึก 14 เมตรใต้ทะเล ทำให้เป็นจุดที่เหมาะกับนักดำน้ำมือใหม่ คุณจะชอบปะการังและปลาสวย ๆ เช่น ปลานกแก้ว ปลาผีเสื้อ ปลาการ์ตูน ปลาสาก และปลาเก๋า


         กองหินแดง : อยู่ทางทิศเหนือของเกาะนางยวน ใกล้กับถ้ำใต้น้ำของเกาะนางยวนเหนือ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มเกาะนางยวน ความลึก 18 เมตร เคยพบกระเบนนก และกระเบนราหู และมีกองหินสองกองเป็นจุดดำน้ำที่เยี่ยมมาก มีสัตว์นานาชนิด คุณจะได้เห็นปะการังอ่อน แส้ทะเล โฟลิปของปะการัง ปะการังเขากวางที่สวนใต้น้ำแห่งนี้ จะเห็นปลาวัว ปลาผีเสื้อ ปลากระพง และปลาอีกมากมายว่ายไปมา



         กองหินขาว : ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเต่า มีความลึกตั้งแต่ 6 – 22 เมตร เป็นกลุ่มกองหินใต้น้ำหลายกอง พื้นหินปกคลุมด้วยปะการังแข็ง ฟองน้ำ กัลปังหา ดอกไม้ทะเลและแส้ทะเล ปลาที่พบได้แก่ปลาสาก ปลาปักเป้า ปลาผีเสื้อ ปลานกแก้ว ปลาวัว ปลาไหลมอเรย์ และทากทะเล นับเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำยอดนิยมรอบ ๆ เกาะเต่า เหมาะสำหรับนักดำน้ำมือใหม่และระดับปานกลาง



         เกาะม้า : ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นหนึ่งจุดที่ได้รับความนิยมจากนักดำน้ำที่เกาะพะงัน เป็นจุดที่มีความหลากหลายของปะการัง ปะการังอ่อน ปลาและดอกไม้ทะเล สำหรับนักดำน้ำตื้น สามารถเดินจากหาดแม่หาดไปดำน้ำที่เกาะม้าได้ หรือท่านจะเช่าเรือหางยาวไปดำน้ำรอบเกาะม้าก็ได้ 
จังหวัดชุมพร 


         หินแพ : เป็นกองหินอันดับสองที่เป็นแหล่งดำน้ำที่จังหวัดชุมพร ตั้งอยู่ด้านเหนือสุดของพื้นที่ อยู่ระหว่างจุดดำน้ำที่เป็นที่นิยมทั้ง 4 แห่งของชุมพร คือ ง่ามน้อย ง่ามใหญ่ หินหลักง่าม และหินแพ นักดำน้ำจะได้เห็นปะการัง กองหิน และถ้ำใต้ทะเล ปลาหลากหลาย



         เกาะง่ามใหญ่ : ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เป็นเกาะสัมปทานรังนกนางแอ่น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 17 กิโลเมตร ตัวเกาะมีลักษณะเป็นผาหินปูนสูงชัน บริเวณรอบเกาะไม่มีชายหาดหรือที่ราบ แต่เป็นแหล่งดำน้ำที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่ง โดดเด่นด้านถ้ำใต้ทะเล ปะการังดำ กัลปังหา ถ้วยทะเล และปลาหลากหลายชนิด


         เกาะง่ามน้อย : เป็นเกาะที่อยู่ห่างจาก เกาะง่ามใหญ่ 300 เมตร ถึงแม้ว่าเกาะง่ามน้อยจะมีขนาดเล็กกว่าสองเท่า แต่ก็มีความงดงามไม่แพ้เกาะง่ามใหญ่ โดยประกอบด้วยหินที่ปกคลุมไปด้วยปะการัง ด้านบนเกาะมีรังนกแอ่นกินรัง ซึ่งนักดำน้ำจะพบปลาสิงโต เต่าทะเล หอยเบี้ย และฝูงปลาน้อยใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้ทะเล เม่นทะล และปลาการ์ตูนอินเดียนแดงด้วย ถึงแม้บางครั้งอาจมีกระแสน้ำบ้าง แต่ทะเลด้านหน้าของเกาะง่ามน้อยเรียกกว่าหลักง่าม ซึ่งเป็นจุดดำน้ำลึกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร




         เกาะหลักง่าม : เป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ทางทิศใต้ของเกาะง่ามน้อย และห่างจากหาดทุ่งวัวแล่นประมาณ 1.5 ชั่วโมง มีลักษณะเป็นหินโผล่กลางน้ำ ขนาดกว้างแค่ 20-30 เมตร มีอยู่สองก้อน เป็นที่ให้นกทะเลมาพักอาศัย เวลาเรือแล่นผ่านนกทะเลเหล่านี้จะบินหนี ถ้านกรู้สึกว่ามันปลอดภัยมันก็บินกลับลงมาเกาะใหม่ มีแนวปะการังที่สวยงาม ปะการังรอบเกาะเป็นแบบแนวปะการังริมฝั่ง ปรากฏอยู่รอบเกาะมีระดับความลึก 10-12 เมตร มีสภาพสมบูรณ์ดี เหมาะสำหรับการดำน้ำลึกที่ชุมพร




         เรือหลวงปราบ : เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 09.59 น. อดีตเรือหลวงปราบ...เรือรบปลดประจำการ ได้ถูกนำไปวางอยู่ใต้ท้องทะเล บริเวณด้านใต้ของเกาะง่ามน้อย โดยส่วนท้ายของเรือได้จมลงก่อน จากนั้นค่อย ๆ เอียงขวาจมลงไปจนหัวเรือมิดน้ำ เพื่อเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ และเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้แก่แหล่งท่องเที่ยวของอ่าวไทย ตามโครงการแหล่งเรียนรู้เรือหลวงไทยใต้ท้องทะเลชุมพร

         นอกจากนี้ ยังมี กองหินโลซิน เขาหินใต้น้ำกลางทะเลเวิ้งว้างในอ่าวไทย ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาไม่เกิน 100 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นเกาะสุดท้ายก่อนสุดเขตน่านน้ำของไทย ที่มีความสำคัญทางภูมิศาสตร์มากมาย แต่ไม่ปรากฏว่าอยู่ในจังหวัดใด เหตุเพราะห่างจากหาดสุกรีในเขตอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ประมาณ 72 กิโลเมตร ห่างจากฝั่งจังหวัดนราธิวาส ไปทางตะวันออกราว 106 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากท่าเรือสงขลาประมาณ 180 กิโลเมตร แต่ที่แน่ ๆ คือ  มีแนวปะการังที่กินพื้นที่กว้างราว 1 กิโลเมตร มีทั้งปะการังเขากวาง ปะการังโขด ฟองน้ำครก ปะการังโต๊ะ ฯลฯ  อีกทั้งยังเป็นแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์ มีพืชใต้น้ำและฝูงปลาอาศัยอยู่ และลึกลงไปใต้ท้องสมุทรก็ยังเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลานานาชนิด

         และนี่คือแหล่งดำน้ำในฝั่งทะเลอ่าวไทยที่เราหยิบมาฝากกัน หากมีเวลาก็ลองแวะเวียนไปสัมผัสกันดูนะจ๊ะ

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


        ประเทศไทย...ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามติดอันดับโลก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ที่งดงามเกินบรรยาย ภาพของน้ำทะเลสีคราม หาดทรายขาวละเอียด ทิวมะพร้าวเรียงราว คงชินตาใครหลาย ๆ คน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอหยิบเอา "เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย" อีกทั้งยังเป็นที่นิยมของทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาบอกกัน ดังต่อไปนี้…


เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่  เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก (เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู โดยหมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงาม ทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลากชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก 

          ทั้งนี้ เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด  เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า มีหาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่มน้ำทะเลใสน่าเล่น ใต้ทะเลมีปะการังสวยงามหลายชนิด และมีปลาประเภทต่าง ๆ ที่มีสีสันสวยงามมากมาย เป็นเกาะที่สามารถดำน้ำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น และทางด้านเหนือของเกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตา เช่น หินรูปรองเท้าบู๊ท หรือรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก ตอนบนที่ตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่จะมองเห็นความสวยงามของท้องทะเลได้กว้างไกล

          ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือและทางอุทยานฯ จะประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะล้าน อยู่ห่างชายฝั่งพัทยาเพียง 7 กิโลเมตร นั่งเรือโดยสาร 45 นาที มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นกีฬาทางน้ำ โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน หาดทองหลาง หาดนวล และหาดเทียน ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น บริเวณเกาะล้าน และเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เช่น เกาะครก และเกาะสาก เป็นแหล่งตกปลาดำน้ำดูปะการัง ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และเป็นสถานที่ฝึกหัดเรียนดำน้ำ




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          หมู่เกาะพีพี อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ 42 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะกลางทะเล ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ถือเป็นอัญมณีเลอค่าแห่งทะเลอันดามัน ที่โด่งดังติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก ด้วยความงดงามของเวิ้งอ่าวคู่ของอ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ 

          บวกกับทะเลในสีเขียวมรกตสวยใส ที่โอบล้อมหาดทรายขาวนวลละเอียดราวแป้งของ "อ่าวมาหยา" พร้อมแนวปะการังและสรรพชีวิตหลากสีสันนานาพันธุ์ในโลกใต้ทะเล สิ่งเหล่านี้คือแม่เหล็ก ที่ดึงดูดให้นักเดินทางนับล้านชีวิตจากทั่วทุกมุมโลก หลั่งไหลมายังหมู่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ เพื่อจะมาเยี่ยมเยือนและสัมผัสให้เห็นกับตาตัวเอง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเกาะที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และได้ฉายาว่า มรกตแห่งอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะสิเป๊ะ หรือ เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะคือความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ "อ่าวพัทยา"และ "หาดชาวเล" มีลักษณะโค้งเว้า ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที และยังมีบริการบ้านพักของเอกชนคอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ได้

          นอกจากนี้ ยังมีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมง ในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 12 ตลอด 3 วัน 3 คืน ชาวบ้านทีมีเชื้อสายชาวเลจะร่วมกันจัดงานรื่นเริง และที่สำคัญที่สุดคือ ชาวบ้านจะช่วยกันต่อเรือด้วยไม้ระกำ และประกอบพิธีลอยเรือด้วยเป็นความเชื่อว่าเป็นการเสี่ยงทายโชคชะตาในการประกอบอาชีพประมง




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะสมุย จังหวัดราษฎร์ธานี เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบครบครัน ทั้งที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีการคมนาคมที่สะดวก และมีสนามบินเป็นของตัวเอง ปัจจุบันเกาะสมุยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนปีละหลายล้านคน

          เกาะสมุย มีหาดทรายธรรมชาติสวยงามที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น หาดเฉวง หาดละไม หาดตลิ่งงาม และหาดนาเทียน และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และแหล่งน้ำ นอกจากนี้ ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่สร้างเสน่ห์ให้กับเกาะแห่งนี้เป็นอย่างมาก





เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะเต่าเป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเลอ่าวไทย อยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดชุมพรประมาณ 74 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 110 กิโลเมตร ห่างจากเกาะสมุยประมาณ 64 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะพะงันประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น "เกาะสวรรค์กลางทะเลอ่าวไทย" เนื่องจากเป็นเกาะที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกขนาดใหญ่และสวยงาม อันเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากชนิดจำนวนมาก จนกลายเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่นักดำน้ำทั่วโลกต่างพากันหมุนเวียนมาเยี่ยมเยือน และสัมผัสกับโลกใต้ทะเลของเกาะสวรรค์แห่งนี้ 

          นอกจากนี้ เกาะเต่ายังมีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ สวยงาม และสงบเงียบ อีกหลายแห่งรอบเกาะ ที่เติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสมกับฉายา "เกาะสวรรค์" อีกทั้งในอดีตบริเวณชายหาดรอบ ๆ เกาะเต่า ยังเต็มไปด้วยเต่าที่มาหาแหล่งวางไข่เป็นจำนวนมาก อันเป็นที่มาของชื่อ "เกาะเต่า" นั่นเอง




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปี ประกอบด้วย เกาะลันตาใหญ่ และ เกาะลันตาน้อย ทั้งนี้ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งตั้งอยู่ที่แหลมโตนด ตรงปลายเกาะ เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และที่โดดเด่นที่สุดคือประภาคารสีขาว ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะลันตา ขณะที่เกาะลันตาน้อยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตา 

          ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากแผ่นดิน เกาะลันตาจึงยังคงความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลสะอาด อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผสานกับความเจริญทางด้านหัวเกาะแถบท่าเรือและชายหาดฝั่งตะวันตก ซึ่งคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว การมาเยือนเกาะลันตาจึงได้เที่ยวหลายบรรยากาศในคราวเดียวกัน





เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะกูด เกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตราดของไทย ติดชายแดนทางทะเลของกัมพูชา ด้วยความที่เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ทำให้ดินแดนแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มากมาย และสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวและการพักผ่อน และด้วยพื้นที่ที่เป็นภูเขาและที่ราบสันเขา จึงเป็นต้นกำเนิดลำห้วยต่างๆ ซึ่งก็ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว คือชายหาดเนียนละเอียด เคียงข้างน้ำทะเลใสแจ๋ว อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังนานาชนิด จนได้รับสมญานามว่า "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก"





เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย

          เกาะพยาม จังหสัดระนอง เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 160 ครัวเรือน ชาวบ้านมีอาชีพทำสวนมะม่วงหิมพานต์ สวนยางพาราและประมงชายฝั่ง กิจกรรมบนเกาะจะมีการตกปลา ขี่จักรยานรอบเกาะ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำดูปะการัง เกาะพยามถือเป็นแหล่งดูปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม และด้านทิศตะวันออกของเกาะไม่มีหาดทราย แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน และมีชาวเล เผ่ามอแกน มาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง บนเกาะพยามมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          หมู่เกาะอาดัง-ราวี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล และอยู่ในเขตทะเลอันดามัน เป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีสภาพธรรมชาติที่น่าสนใจ โดย เกาะอาดัง ในอดีตเป็นที่ซ่องสุมของโจรสลัด ปล้นสะดมเรือ มีหาดทรายขาวละเอียด สวยงาม และมีแนวปะการังอยู่รอบๆ เกาะ เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 5 (แหลมสน) อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 40 กิโลเมตร 

          ส่วน เกาะราวี มีหาดทรายขาว น้ำใส เงียบสงบ เหมาะแก่การกางเต็นท์พักผ่อน เล่นน้ำ ดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกชมแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่น่าชม เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 6 (หาดทรายขาว) และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 7 (ตะโละปะเหลียน) ซึ่งเดือนที่เหมาะแก่ท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก 3 เกาะ ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสันทรายในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เสน่ห์ของเกาะนางยวนนั้น มาจากน้ำทะเลสีมรกตที่ใสจนมองเห็นตัวปลาตัวเล็กตัวน้อย เปลือกหอย และปะการัง ซึ่งอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่คือ การดำน้ำดูปะการังปละปลาสวยงาม เล่นน้ำริมหาด จะว่าไปนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เลือกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่นี่นั้น เหตุเพราะมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว อากาศสดชื่น ทั้งยังมีความเขียวขจีของเขาเล็ก ๆ 3 เขารายรอบ และความงามของท้องทะเลมาบรรจบกัน 

          เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีใจรักธรรมชาติ หลงรักน้ำทะเล ชอบความเป็นส่วนตัว และต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง อย่าลืมมาพักผ่อนที่ "เกาะนางยวน" 




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งใน หมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จังหวัดระยอง เป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนโดยแท้ อีกทั้งยังมีหาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สายลมพลิ้วไหวเหนือสายน้ำ สำหรับกิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะมันนอก คือเล่นน้ำทะเล ดำน้ำชมความงามของปะการังต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำรอบ ๆ เกาะมันนอก และทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัย เพราะเกาะนี้มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ 




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          หมู่เกาะสุรินทร์ หรือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งชื่อตามพระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) เทศาเมืองภูเก็ต ผู้ค้นพบเกาะ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามัน อยู่ติดกับชายแดน ไทย - พม่า ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) เกาะรี (เกาะสต๊อก) และ 1 กองหินปริ่มน้ำ คือ กองหินริเชลิว 

          นับว่ามีธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งบนบกและในทะเล มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายหาด ป่าชายเลนมาประจบกับแนวปะการัง แนวปะการังมีความสมบูรณ์ เหมาะสำหรับชมปะการังน้ำตื้น โดยกองหินริเชริวเหมาะสำหรับดำน้ำลึก เป็นแหล่งสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายชนิด และเป็นจุดที่พบฉลามวาฬบ่อยสุดของทะเลไทย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยว คือ เดือนพฤษจิกายนถึง เดือนเมษายน 

          นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านของชาวเลเลกลุ่มสุดท้ายที่ยังดำรงวัฒนธรรมดั้งเดิมมากที่สุด คือ "มอแกน" หรือ "ยิบซีแห่งท้องทะเล" ประมาณ 200 คนปัจจุบันได้ตั้งหมู่บ้านอยู่ที่เกาะสุรินทร์ใต้ ขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว และบางส่วนทำงานเป็นลูกจ้างของอุทยานฯ




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          หมู่เกาะอ่างทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ 42 เกาะ ได้แก่ เกาะพะลวย เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะหินดับ เกาะนายพุด และเกาะไผ่ลวก เป็นต้น ซึ่งตามเกาะต่าง ๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ บางเกาะหาดทรายมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด สีสวยงามหลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ

          แหล่งท่องเที่ยวใน หมู่เกาะอ่างทอง ได้แก่ เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง เป็นจุดที่มีแนวปะการังและหาดทรายขาวสะอาด, เกาะวัวตาหลับ อยู่บริเวณอ่าวคา เป็นหาดทรายขาวสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ นอนเล่นพักผ่อนริมหาด เมื่อขึ้นไปจุดชมทิวทัศน์บนยอดเขา จะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทั้งหมดที่ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา, เกาะหินดับ เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่สวยงามและชายหาดที่ยาวที่สุดในอุทยานแห่งชาติ สภาพภูมิประเทศและทัศนียภาพรอบเกาะสวยงามน่าชม

          ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา อยู่บน เกาะแม่เกาะ เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหินปูนที่สูงสลับ ซับซ้อนแต่มีอุโมงค์ใต้น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเล การกำเนิดของทะเลสาบน้ำเค็มนี้ได้มีการสันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของหินชั้นล่างทำให้เกิดบ่อยุบ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับหมู่เกาะ หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในกระบวนการเดียวกับการเกิดถ้ำ

          ทั้งนี้ ช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลจะมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไป หมู่เกาะอ่างทอง ไม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี ได้แก่ ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน - 23 ธันวาคม ของทุกปี และจะเปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี



เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เกาะไข่ หรือ เกาะตอริลลา เป็นเกาะเล็ก ๆ สองเกาะ เรียกว่า เกาะไข่นอก เกาะไข่ใน ทั้งสองเกาะมีหาดทรายขาวน้ำทะเลใสมีปลาหลากชนิดสีสันสวยงามว่ายอยู่ใกล้ ๆ ชายหาด มีปะการังสวยงาม การเดินทางไปเกาะไข่สามารถซื้อทัวร์ได้จากบริษัทนำเที่ยว หรือเช่าเรือได้จากท่าเรือเกาะสิเหร่ ท่าเรือแหลมหิน หรืออ่าวฉลอง ในจังหวัดภูเก็ต




เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชน เกาะกระดานมีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการังซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์  บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชน และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช





เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย


          ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส  บริเวณชายฝั่งของเกาะจะมองเห็นแนวปะการังหลากชนิดที่ยังสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดปี และเป็นจุดที่ตกปลาได้ดีเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก สามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ราคาเรือหางยาวเที่ยวไป-กลับคนละ 300 บาท 





เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย

เกาะตาชัย

          เกาะบริวารแห่งใหม่ของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า เกาะตาชัย ช่วงเวลาที่เกาะตาชัยงดงามที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน จากนั้นเกาะตาชัยจะปิด 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู 

          สำหรับจุดเด่นที่ทำให้เกาะตาชัยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากเดินทางไปชื่นชม คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร และการเดินป่าเข้าไปดู ปูไก่ ปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน รวมถึงเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาด ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย